ปัจจุบันการทำธุรกิจ  E-commerce มีบทบาทสำคัญมากในเศรษฐกิจระดับโลก ประเทศไทยก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีการทำธุรกิจ E-commerce เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

E-commerce มีมูลค่าการตลาดกว่า 5.27 แสนล้านบาท ถือว่ามีบทบาทความสำคัญในการพัฒนาเศรฐกิจ การใช้อินเตอร์เน็ตเป็นอีกส่วนหนึ่งในการขยายตัวการเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ในประเทศไทยธุรกิจ E-commerce เป็นธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจการค้ากว่า 7,769 รายได้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรนิกส์ เป็นนิติบุคคล 2,316 ถ้าคิดเป็นร้อยละคือร้อยละ 30 ส่วนบุคคลธรรมดา 5,453 ikp ร้อยละ 70 ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการขาดเทคนิคและระสบการณืในการทำการตลาดออนไลน์ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งทางต่างประเทศ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จึงได้ทำการออก เครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBDregistered) และ เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ (DBDverified) ให้แก่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน เพื่อนําไปแสดงไว้บนเว็บไซต์ของตนเอง เป็นการรับประกันให้ผู้บริโภค (ผู้ซื้อ) เมื่อเห็นเครื่องหมาย DBDregistered แล้วจะเกิดความมั่นใจในตัวผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งข้อแตกต่างระหว่าง DBD REGISTERED กับ DBD VERIFIED ก็คือ

  • REGISTER เป็นการจดทะเบียนการค้าสำหรับุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เพื่อแสดงตัวตนว่ามีอยู่จริง
  • VERIFIED เป็นการจดทะเบียนการค้าสำหรับนิติบุคคล จะต้องจด DBD REGISTER มาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และต้องมีการบริหารเว็บไซต์ให้มีคุณภาพเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมฯ กําหนดเท่านั้น

ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่กำหนดอ้างอิงมาตรฐานระหว่างประเทศ โดยจะมีองค์ประกอบของหลักเกณฑ์ 5 ข้อ คือ

1. ความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์

  • การออกแบบเว็บไซด์,เนื้อหาบนเว็บไซด์,การใช้เทคโนโลยีต่างๆบนเว็บไซต์

2. การเปิดเผยข้อมูล

  • ไม่มีโฆษณาหลอกลวง เกินจริง
  • แสดงข้อมูลสินค้าเพียงพอ
  • ข้อมูลของบริษัทครบถ้วน
  • ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการซื้อ ส่ง คืน สินค้า
  • ข้อมูลการชำระเงิน
  • แจ้งลูกค้าทันทีเมื่อมีการสั่งสินค้า(อีเมลตอบกลับ,โทรกลับ)

3. ความมั่นคงปลอดภัย

  • มีการกำหนด User, Password ในการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ
  • มีระบบป้องกันการบุกรุกหรือแอนตี้ไวรัสในการป้องกันข้อมูลรั่วไหล
  • ในกรณีที่มีการส่งผ่านข้อมูลไปยังหน่วยงานอื่น มีมาตรการที่รักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

4. ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

  • มีแนวทางการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าที่ระบุชัดเจนว่าเก็บเพื่ออะไร
  • มีการยืนยันก่อนการจัดเก็บ
  • ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่น
  • ไม่โพสข้อมูลลูกค้าบนเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ด
  • ลูกค้าสามารถเข้าถึง, แก้ไข, บันทึก, จัดการข้อมูลส่วนตัวได้

5. การระงับข้อพิพาท

  • มีกลไกในการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อสินค้าหรือบริการ

การทำตลาดออนไลน์ (E-commerce)

ประโยชน์ที่ได้ผู้ประกอบจะได้รับเมื่อติด DBD VERIFIED บนเว็บ

  1. มีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติและมาตรฐานการดำเนินการทางธุรกิ
  2. ชื่อเว็บหรือ URL จะติดอยู่บน Directory ของกรมพัฒนาธุรกิจ ซึ่งเป็นเว็บของรัฐ และส่งผลให้เว็บมีโอกาสถูกลิสต์บนหน้าเว็บแรกของ SEARCH ENGINE

ขั้นตอนการทำการตลาดออนไลน์

  1. ลงทะเบียน DBD  ก่อน
  2. สร้างเว็บ,ปรับเว็บ ให้ผ่านเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์
  3. รายละเอียดสินค้า ต้องแสดงทั้งรูปภาพ รายละเอียดสินค้า คุณสมบัติต่างๆเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
  4. แปะ Certificated ทุกสถาบันที่เราได้รับ
  5. ทำการประชาสัมพันธ์เว็บไซด์ให้เป็นที่รู้จัก

ข้อควรรู้สำหรับการตลาดผ่าน Mail Marketing และ Fanpage Facebook

  1. ไม่ควรใช้ Facebook ส่วนตัวในการขายของ
  2. ในการส่งเมล ควรใช้ซอฟแวร์ในการส่งเมลเท่านั้น ห้ามส่งเองโดยเด็ดขาด หากส่งเองครั้งละมากๆ แล้ว Spam Filter อาจมองว่าเป็น Spam แล้วเราจะโดนแบน Domian ได้
  3. วางแผนกำลังคน งบประมาณ ใช้คนให้ถูกที่ถูกทาง จัดงบประมาณให้เหมาะสม
  4. สร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงโดยการเก็บอีเมลจากหน้าเว็บ
  5. ลองใช้โฆษณาออนไลน
    • โฆษณาบน Google อ้างอิงตาม Keywords
    • โฆษณาบน Facebook อ้างอิงตามกลุ่มเป้าหมาย
  6. เลือกวลีหรือรูปภาพให้เหมาะสมในการโพสภาพหรือส่งเมล
    • ในการโพสข้อความบน Facebook ให้สั้น และกระชับ Facebook ให้ความสำคัญกับวิดีโอในการโพสมากที่สุด รองลงมาคือ ภาพ ข้อความ และลิงค์
    • ในการส่งเมลนั้นควรใช้ตัวอักษรมากกว่าภาพ ถ้ามีภาพเยอะ มีแนวโน้มว่า Spam Filter จะมองว่าเมลนั้นเป็น Spam และอีกเหตุผลคืออีเมลมักจะถูกเปิดในอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากคอมพิวเตอร์ด้วย การทำอีเมลออกมาจึงควรเน้นตัวอักษรเพื่อให้อุปกรณ์อื่นๆเปิดแล้วอ่านได้ด้วย ดังนั้นลิงค์ที่จะเปิดต่อต่อควรมีไม่เยอะมากและควรลงรายละเอียดการติดต่อไว้ในเมลด้วย
    • สร้าง Fanpage และ E-Mail ให้มีบุคคลิกเป็นของตนเอง
  7. คำนวนจังหวะในการโพสให้ถูกเวลา เช่นโพสสินค้าให้ถูกกลุ่มเป้าหมายต้องเวลาใด ส่งเมลถูกกลุ่มเป้าหมายแค่ไห
  8. อย่าปล่อยให้ลูกค้าไร้การเหลียวแล มีการตอบโต้กับลูกค้าในเชิงสร้างสรรค์ ถ้ามีลูกค้าเหวี่ยงมาต้องตอบกลับให้ดีที่สุดเพื่อเป็นการสร้างภาพให้คนอื่นเห็นว่า แม้ว่าลูกค้าจะเหวี่ยงแค่ไหน เราก็ยังยิ้มได้
  9. อย่าฉวยโอกาสโพสในเวลาที่ไม่เหมาะสมเช่นโพสขายของตอนแผ่นดินไหว อาจทำให้เกิดภาพลบต่อผู้ซื้อได้ (เหมือนกรณีศึกษาที่ KFC ขายของตอนสึนามิจนโดนวิจารณ์ไปทั่วโลก)
  10. ผสมผสานระหว่าง Facebook และ E-mail โดยการดึงลูกค้าที่อ่านเมลเข้าสู่ Facebook

วิเคราะห์เทรนการเติบโตของการตลาดออนไลน์

การเติบโตของธุรกิจ e-Commerce แปรผันไปตามอัตราการเติบโตของระบบอินเตอร์เน็ต ยิ่งผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตพัฒนาให้เข้าถึงได้มากเท่าไหร่ อัตราการเติบโตของตลาดออนไลน์ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยในด้านการทำธุรกรรมทางการเงิน ขณะนี้มีตัวกลางที่เป็นช่องทางการชำระเงินออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกสบายทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านบัตรเครดิต หรือผู้ให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะอย่าสง Paypal, Counter Serviceกฏหมายในปัจจุบันก็ครอบคลุมถึงการคุ้มครองผู้บริโภคในการดำเนินการต่างบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้น เมื่อมีการฉ้อโกงก็สามารถเอาผิดได้ไม่ต่างจากการซื้อขายปกติ

ขอบคุณที่มาจาก : www.news.thaiware.com