ข้อดีของการใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือ

ระบบเครื่องสแกนลายนิ้วมือ คือ ระบบที่ต้องใช้ลายนิ้วมือของบุคคลที่ได้รับการอนุญาตหรือบุคคลที่โปรแกรมได้ทำการบันทึกลายนิ้วมือลงไว้ในตัวเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่ใช้ควบคุมระบบการทำงานต่างๆแล้ว ซึ่งหากบุคคลใดไม่ได้มีการบันทึกลายนิ้วมือลงไว้ในตัวเครื่องสแกนลายนิ้วมือก็จะไม่สามารถเข้าใช้งานระบบที่ต้องมีการสแกนลายนิ้วมือนี้ได้ ส่วนระบบที่นำการสแกนลายนิ้วมือเข้ามาใช้งานในการควบคุม

  • การใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือมาทำเป็นเครื่องลงเวลาการทำงานของพนักงานในองค์กร เพราะระบบจะทำการระบุตัวบุคคลได้ดีกว่าและแน่นอนกว่าระบบอื่นๆ เพื่อป้องกันการลงเวลาทำงานแทนกันของพนักงาน
  • การใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือมาเป็นระบบควบคุมการเข้า-ออกของประตูสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ต้องการให้บุคคลอื่นใดที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านเข้า-ออกทางประตูนั้นๆ อาทิเช่น ประตูหน้าทางเข้า-ออกของสถานที่ ประตูห้องบัญชีและการเงิน ประตูห้องเก็บสินค้า ประตูห้องควบคุมระบบต่างๆ ประตูตู้เซฟ ฯลฯ

ข้อดีของการใช้ลายนิ้วมือในการระบุตัวตน

ลายนิ้วมือของแต่ละคน จะเริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่เป็นตัวอ่อน อายุประมาณ 3-4 เดือนในครรภ์มารดา ซึ่งเป็นผิวหนังส่วนที่มีสัน (Ridge) และมีร่อง (Furrow) เอาไว้ใช้สำหรับอำนวยความสะดวกในการหยิบจับสิ่งของ สันและร่องที่ปรากฏนี้ จะมีคุณลักษณะที่สำคัญ 2 ประการ คือ
1. ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา (แต่อาจจะเปลี่ยนขนาดได้) ลายนิ้วมือจะไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบ (Permanence) ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งวันที่เราตาย แต่ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงขนาดได้ตามขนาดร่างกาย เหมือนกับการที่เราวาดรูปไว้บนลูกโป่ง ซึ่งไม่ว่าลูกโป่งจะเล็กหรือถูกเป่าให้พองใหญ่ขึ้นอย่างไร ก็ยังคงเป็นรูปที่วาดไว้แบบเดิมเพียงแต่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้น
2. มีรูปแบบเฉพาะในแต่ละบุคคล การที่ลายนิ้วมือมีรูปแบบเฉพาะในแต่ละบุคคล (Individuality) เป็นคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งของลายนิ้วมือนั้น ตั้งแต่เริ่มมีการใช้เก็บและเปรียบเทียบลายนิ้วมือโดยใช้วิธีสมัยใหม่ ซึ่งมีมาร้อยกว่าปีแล้วยังไม่มีการตรวจพบว่ามีการเหมือนกันของลายนิ้วมือ อีกทั้งถ้าจะให้อธิบายด้วยหลักการทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ก็มีการศึกษาของ Sir Francis Galton (1892) ซึ่งได้ประมาณไว้ว่าโอกาสที่คน 2 คน จะมีลายนิ้วมือเหมือนกันนั้นมีความน่าจะเป็นอยู่ที่ 1 : 64,000,000,000 คน ซึ่งการประเมินค่าโดยใช้การแบ่งงรายละเอียดรูปแบบของลายนิ้วมือออกเป็นส่วนๆ และหาความน่าจะเป็นของการซ้ำกันของแต่ละส่วนนั้นแล้วนำความน่าจะเป็นของแต่ละส่วนมาคูณกันเพื่อหาความน่าจะเป็นทั้งหมด Sir Francis Galton นี้ เป็นผู้ที่เริ่มทำการวิจัยอย่างจริงจังกับลายนิ้วมือและถือว่าเป็นบุคคลแรกที่ศึกษาถึงการใช้ลายนิ้วมือในการระบุตัวตนและเป็นบุคคลแรกที่ทำการพิสูจน์ว่าลายนิ้วมือของแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะและไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ อีกทั้งยังได้เป็นผู้กำหนดและแบ่งแยกประเภทของรูปแบบลายนิ้วมือที่ใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบันนี้

ลายนิ้วมือของแต่ละคนนั้นจะมีลักษณะเฉพาะมากจนกระทั่งแม้แต่คู่แฝดแท้ก็ยังมีลายนิ้วมือที่แตกต่างกัน (แต่มีรูปแบบ DNA ที่เหมือนกัน) อย่างไรก็ตามรูปแบบของลายนิ้วมือนั้นก็จะมีลักษณะความคล้ายกันของคนภายในครอบครัวหรือพูดได้อีกอย่างว่ารูปแบบของลายนิ้วมือมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งรูปแบบของลายนิ้วมือ สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1. ลายนิ้วมือแบบลายก้นหอย (Whorl) มีประมาณ 30%
2. ลายนิ้วมือแบบลายมัดหวาย (Loop) มีประมาณ 65%            
3. ลายนิ้วมือแบบลายโค้ง (Arch) มีประมาณ 5%

เพราะลายนิ้วมือของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้เป็นข้อดีที่จะไม่สามารถใช้ลายนิ้วมือแทนกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ลายนิ้วมือในด้านใดก็ตาม ในการลงเวลาเข้า-ออกในการทำงาน หรือเข้า-ออกประตู ก็จะมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ :: http://www.vecthai.com/main/?p=356