ก่อนจะลงมือสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา  ลองมาเรียนรู้ความผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นในการออกแบบเว็บไซต์ทั่วไป  เพื่อเป็นแนวทางหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความผิดพลาดเหล่านี้ซ้ำอีก

  1.    ใช้โครงสร้างหน้าเว็บเป็นระบบเฟรม

การใช้ระบบเฟรมในเว็บไซต์สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้อย่างมาก  ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถทำ  bookmark  หน้าเว็บเพจที่สนใจจะกลับเข้ามาอีกได้ ,  การแสดงชื่อไฟล์ของ  URL ไม่ถูกต้อง , การสั่งพิมพ์ให้ผลลัพธ์ไม่แน่นอน  นอกจากนั้นยังทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นที่เฟรมไหน  หลังจากคลิกที่ลิงค์แล้ว

  1. ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงโดยไม่จำเป็น

คุณไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแสดงฝีมือหรือดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้  เพราะจะได้ผลเฉพาะกับกลุ่มผู้ใช้ที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น  เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเนื้อหาและการใช้งานที่ดีมากกว่า  และไม่มีความพร้อมที่จะใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่เพิ่งออกมาล่าสุด  เช่น  ถ้าข้อมูลของคุณไม่จำเป็นต้องแสดงผลในรูปแบบ 3 มิติ  คุณก็ไม่ควรใช้ระบบ  VRML (Virtual  Reality  Modeling  Language)  ให้ยุ่งยากโดยเปล่าประโยชน์

  1. ใช้ตัวหนังสือหรือภาพที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา

ในหน้าเว็บของคุณไม่ควรมีองค์ประกอบที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีหยุด  ไม่ว่าจะเป็น  Scrolling  text ,  BLINK  text , Marquees  เพราะสิ่งเหล่านี้จะสร้างความรำคาญและรบกวนสายตาผู้อ่าน  ยิ่งคุณมีสิ่งเคลื่อนไหวเหล่านี้อยู่มากเท่าใด  ก็จะยิ่งสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้มากขึ้นเท่านั้น

  1. มีที่อยู่เว็บไซต์ที่ซับซ้อน (URL)  ยากต่อการจดจำและพิมพ์

ที่อยู่เว็บไซต์ที่ซับซ้อนนั้นอาจจะอยู่ในรูปของชื่อที่มีความยาวมาก , สะกดลำบาก , การใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็กผสมกับตัวพิมพ์ใหญ่  รวมถึงการใช้ตัวอักษรพิเศษ เช่น เส้นใต้ ( _ ) , ยัติภังค์ ( – ), และเครื่องหมาย  tilde ( ~ ) ที่มักจะทำให้สับสน  นอกจากนั้นที่อยู่เว็บไซต์ควรสื่อถึงโครงสร้างของข้อมูลภายในเว็บไซต์อีกด้วย โดยการกำหนดชื่อไดเร็กทอรีและชื่อไฟล์ที่สื่อความหมายเข้าใจได้

  1. ไม่มีการแสดงชื่อและที่อยู่ของเว็บไซต์ในหน้าเว็บเพจ

เนื่องจากผู้ใช้บางคนอาจจะเข้ามาสู่หน้าที่เป็นข้อมูลผ่านระบบค้นหาหรือ  search  engine  โดยไม่ได้ผ่านหน้าโฮมเพจมาก่อน  ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถรู้ได้ว่ากำลังอยู่ในเว็บไหน  และจะกลับเข้ามาอีกได้อย่างไร   เพราะในหน้านั้นไม่มีชื่อหรือที่อยู่ของเว็บไซต์ให้เห็น

  1. มีความยาวของหน้ามากเกินไป

เว็บไซต์จำนวนมากของไทยเรามักจะมีหน้าแรกที่ยาวมาก  เพราะต้องการที่จะบรรจุข้อมูลไว้ในหน้าแรกให้ผู้ใช้มองเห็นมากที่สุด  ซึ่งกลับจะทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนกับข้อมูลที่มีจำนวนมากเกินไปเหล่านั้น  หน้าเว็บที่มีความยาวมากจะทำให้เสียเวลาในการดาวน์โหลดมาก  และยังสร้างความเหนื่อยล้าในการอ่านให้จบหน้า  แถมบางครั้งเกิดอาการตาลายมองหาสิ่งที่ต้องการไม่เจออีก  แต่ในทางตรงข้ามการแบ่งหน้าย่อย ๆ  หลายชั้นเกินไปก็ทำให้เรียกดูได้ช้าโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต่ออินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วต่ำ

  1. ขาดระบบเนวิเกชันที่มีประสิทธิภาพ

อย่าคิดว่าผู้ใช้จะเข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ได้ดีเท่ากับคุณ  ผู้ใช้จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ถ้าปราศจากระบบเนวิเกชันที่ชัดเจน  เมื่อผู้ใช้หาสิ่งที่ต้องการไม่พบ  เว็บไซต์นั้นก็ไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้  ดังนั้นในเว็บไซต์หนึ่งอาจจำเป็นต้องใช้ระบบเนวิเกชันหลายรูปแบบร่วมกัน  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้มากที่สุด

  1. ใช้สีของลิงค์ไม่เหมาะสม

โดยปกติแล้ว  ลิงค์ที่นำไปสู่หน้าที่ยังไม่ได้เข้าไปนั้นจะเป็นสีน้ำเงิน  ส่วนลิงค์ที่ไปยังหน้าที่ได้เข้าไปแล้วนั้นจะเป็นสีม่วง  การเปลี่ยนแปลงหรือสลับสีดังกล่าวอย่างไม่รอบคอบ  จะทำให้ผู้ใช้ไม่แน่ใจว่าส่วนไหนคือลิงค์  และลิงค์ไหนที่ได้คลิกเข้าไปแล้วบ้าง

  1. ข้อมูลเก่าไม่มีการปรับปรุงให้ทันสมัย

เมื่อผู้ใช้พบว่าข้อมูลในเว็บไซต์นั้นเก่าหรือไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน  ก็จะเกิดความไม่เชื่อถือและไม่อยากกลับมาใช้บริการอีก  ดังนั้นหลังจากสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาแล้ว   คุณจะต้องคอย   ดูแลปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่เสมอ  ส่วนข้อมูลเก่าที่ไม่จำเป็นแล้ว  อาจจัดเก็บรวบรวมไว้ในที่เฉพาะสำหรับผู้ที่สนใจหรือลบออกไปตามความเหมาะสม

  1. เว็บเพจแสดงผลช้า

กราฟิกและไฟล์ขนาดใหญ่จะมีผลทำให้เว็บเพจนั้นต้องใช้เวลาในการดาวน์โหลดมาก  ซึ่งถ้าใช้เวลานานกว่า  15  วินาทีขึ้นไปก็อาจจะทำให้ผู้ใช้ขาดความสนใจได้  เนื่องจากผู้ใช้มีความอดทนรอการแสดงผลของเว็บเพจได้จำกัด   ที่จริงแล้วมีรายงานวิจัยของฝรั่งบอกไว้ด้วยซ้ำว่า  ถ้าเกิน  8  วินาที  ผู้ใช้กว่า  90%  จะเปลี่ยนไปดูเว็บอื่นแทน  ส่วนของไทยยังไม่มีใครศึกษาว่าผู้ชมมีความอดทนรอแค่ไหน

เกี่ยวข้อง : เครื่องทาบบัตร  เพิ่มความสูง ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก เหมาแท็กซี่ รถบรรทุก ลงประกาศขายรถฟรี