ปั๊มลมหรือเครื่องอัดอากาศ

ปั๊มลมหรือเครื่องอัดอากาศ (Air Compressor Pump) เป็นเครื่องกำเนิดแรงดันลม โดยใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อนมอเตอร์ให้หมุนลูกสูบภายในอัดแรงดันลมเข้าถังพักลมหรืออุปกรณ์โดยมีตัวกั้นลมไม่ให้ย้อนกลับเข้าลูกสูบหรือ Check Valve เป็นตัวปิดไม่ให้ลมไหลย้อนกลับและลมจะถูกเพิ่มกำลังอัดเข้าไปเรื่อยๆ จนได้แรงดันลมที่ต้องการเพื่อนำไปใช้ในระบบต่อไป

ปั๊มลมจะประกอบด้วยอุปกรณ์หลักๆ คือ
1. มอเตอร์ไฟฟ้า เป็นตัวขับการเคลื่อนการหมุนของลูกสูบ
2. ชุดลูกสูบสร้างแรงดันลมและตัวระบายความร้อน

วิธีการเลือกปั๊มลมที่มีคุณภาพ
การเลือกปั๊มลมนั้นต้องศึกษาหาความรู้กันบ้างค่ะ เพราะรูปแบบของปั๊มลมสมัยนี้เหมือนกันหมด โดยอุปกรณ์ส่วนใหญ่จะผลิตมาจากแหล่งใกล้ๆ กันไม่ว่าจะเป็นตัวมอเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ จึงต้องเจาะลึกกันถึงภายในถึงจะรู้ความแตกต่างของปั๊มลมว่าแบบไหนมีคุณภาพ แบบไหนไม่มีคุณภาพ ถ้าจะตรวจเช็คคุณภาพกันจริงๆ คงต้องแกะปั๊มลมมาดูภายกันในค่ะ แต่คงไม่มีร้านค้าไหนให้แกะแน่ๆ แต่ก็พอจะดูจากภายนอกได้เบื้องต้นบ้างค่ะ

แล้วจะเลือกปั๊มลมแบบไหนดี
ง่ายๆ เลยค่ะก่อนอื่นก็เลือกปั๊มที่มีแบบมอเตอร์ใหญ่ๆ ไว้ก่อน เพราะลูกสูบจะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ลมที่ดีและเร็วค่ะ แต่ถ้าเลือก มอเตอร์เล็กก็ต้องดูว่าชุดลูกสูบเล็กตามด้วยรึเปล่า หรือไปดูรายละเอียดการใช้งานว่าปั๊มลมตัวนี้ อัดลมได้สูงสุดเท่าไหร่ กี่ Amps หรือกี่ลิตรต่อนาที ไม่อย่างนั้นถ้าเราพยายามใช้ให้อัดลมเกินกำหนดที่ชุดลูกสูบกับมอเตอร์จะรับได้ มันจะกินโหลดจนอุปกรณ์ภายในไหม้และเสียหายได้ สังเกตุว่าจะได้ยินข่าว ก้านลูกสูบหัก ตูดปั๊มเกิดละลายอยู่บ่อยครั้งครับเพราะใช้กันอย่างผิดๆ

วิธีการเลือกปั๊มลม
1. ให้ดูขนาดปั๊มลมภายนอก ให้สังเกตุขนาดของปั๊มลมภายนอกก่อนเลยว่าตัวมอเตอร์ใหญ่หรือเล็ก เพราะมอเตอร์ที่ใหญ่จะให้กำลังอัดที่ดีและต่อเนื่อง เวลาอัดแรงดันลมเข้าตอนปลาย (จาก 120 – 150 PSI) จะกำลังอัดลมจะไม่ตกลง และจะอัดลมเข้าไปได้อีกเรื่อยๆ อย่างมีความเสถียร และขึ้นได้อย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว ถ้ามอเตอร์เล็กส่วนใหญ่ก็จะระบุอยู่แล้วว่า MAX PSI ของปั๊มลมได้ 100 PSI หรือมากกว่าเล็กน้อย ก็ถือว่าสมเหตุสมผล แต่ถ้ามอเตอร์เล็กแล้วโฆษณาว่าอัดได้ 200 psi ก็ต้องไปดูกันว่าชุดลูกสูบเล็กตามไปด้วยรึป่าว ซึ่งถ้าชุดลูกสูบเล็กจะไม่กินแรงมอเตอร์ และจะอัดแรงดันลมได้ Pressure ที่สูงกว่า แต่ปริมาณลมที่เข้าจะน้อยกว่า ลมจะช้ากว่าแบบชุดลูกสูบที่มีขนาดใหญ่ สังเกตุพวกปั๊มลมยางรถยนต์แบบเสียบที่จุดบุหรี่ ที่ไว้้ใช้เติมลมยางแบบฉุกเฉิน ปั๊มพวกนี้จะสามารถปั๊มลมได้ 250 กว่า PSI เลย แต่กว่าจะปั๊มลมจนเต็มยางข้างหนึ่งก็จะใช้เวลานานมาก บางทีเกือบครึ่งชั่วโมงเลย
2. ให้ดูที่กำลัง WATT ของมอเตอร์ ค่าประมาณการคร่าวๆ สำหรับกำลังของปั๊มลม
– ช่วง 400 – 480 watt  จะอัดลมปลายได้อย่างต่อเนื่อง 150-200 PSI ลักษณะมอเตอร์จะยาว
– ช่วง 300 – 390 wat   จะอัดลมปลายได้อย่างต่อเนื่อง 100-120 PSI ลักษณะมอเตอร์จะสั้น ค่าที่ประมาณให้เป็นค่ากลาง เพราะบางยี่ห้อระบุว่า 480 Watt แต่ใช้งานจริงมาแค่ 440 watt ก็มี
3.อุปกรณ์ภายใน ก้านสูบ ผนังลูกสูบ และซีลลูกสูบ ถ้ามอเตอร์กำลังดีแล้ว แต่วัสดุที่ใช้ทำลูกสูบไม่ลื่น ไม่แข็งแรง ผนังลูกสูบไม่เงา เกิดการเสียดสีและสึกหรอของซีลลูกสูบ ก็จะทำให้ลูกสูบไปเสียดสีกับผนังเองจนงัดกันแตกหักเสียหายได้
– ก้านลูกสูบ ต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงไม่เสียรูปและระบายความร้อนได้ดี
– ผนังลูกสูบ หรือ Heatsink with Cylinder Wall
– ซีลลูกสูบ หรือ Piston seal

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ :: https://www.mtecairsuspension.com/16098441/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%A1-air-pump