โครงสร้างพื้นฐานสำหรับธุรกิจรูปแบบใหม่ มีปัจจัยหลายอย่างเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจ แนวโน้มที่ชัดเจนสำหรับธุรกิจยุคต่อไป อยู่ที่การทำธุรกิจบนพื้นฐานของอี-บิสซิเนส หลาย ๆ องค์กรได้เรียนรู้ที่จะนำทรัพย์สินด้านข้อมูล และทรัพยากรด้านไอทีมาพัฒนาธุรกิจมากขึ้น เพื่อเป็นฐานที่มั่นคงและการเติบโตเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว

mana222-H

การเริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจอี-บิสซิเนสของธุรกิจเริ่มจากระบบที่มีอยู่แล้ว โดยระบบใหม่ ๆ นั้น จะต้องทำงานเข้ากันได้กับระบบที่มีอยู่เดิม เป็นการประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงด้านต้นทุนในการเข้าสู่อี-บิสซิเนส โครงสร้างพื้นฐานของอี-บิสซิเนสควรอิงอยู่กับเทคโนโลยีและมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากมาตรฐานทางธุรกิจนั้นๆ ต้องพร้อมทำงานตลอดเวลา สามารถทำงานได้บนระบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือสำหรับอนาคต และที่สำคัญต้องแน่ใจว่าแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับระบบของธุรกิจ หรือบริษัทคู่ค้าของคุณได้เมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อี-บิสซิเนสมีกฎหลัก 3 ประการที่ปรับใช้ได้อยู่เสมอ กล่าวคือ

  1. นวัตกรรมเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ นวัตกรรมนั้นเกิดจากความสามารถที่จะจับกระแสความเป็นไป ปรับปรุงโมเดลทางธุรกิจหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากนั้นก็นำระบบไอที ที่จำเป็นมารองรับกระแสที่เกิดขึ้น
  2. เพิ่มมูลค่าให้แก่ลูกค้าอี-บิสซิเนสที่ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องมีความสามารถในการพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการทางธุรกิจ และสามารถพัฒนาโมเดลทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
  3. โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่ยืดหยุ่น ปรับขยายขนาดได้ มีเสถียรภาพ และปลอดภัย การเชื่อมระบบอันหลากหลายเข้าด้วยกัน ความสำเร็จในอี-บิสซิเนสอยู่ที่คุณภาพของ ที่ใช้ในการปฏิบัติการทั้งหมด และความไว้วางใจได้ ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ในปัจจุบันกำลังมีแนวโน้มที่ชัดเจนมากกับการที่องค์กรธุรกิจเดิมกำลังปรับตัวเข้าสู่โลกของธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์อย่างแข็งขันในช่วงรอยต่อของการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy)
เหตุผลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องการลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การเพิ่มช่องทางใหม่ในการสร้างรายได้โดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต การรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยแนวทางการสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งจะมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาดังนี้

  1. การสนับสนุนธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องเอื้อประโยชน์ต่อการคิดค้นนวัตกรรมและกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่ไม่ถูกจำกัดหรือผูกติดกับขั้นตอนการทำงานแบบเดิมภายในองค์กร ซึ่งจะส่งผลให้หน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์เกิดความคล่องตัว มีความคิดสร้างสรรค์ มีอิสระในการทดสอบรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ และมีบริการที่สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว หากเปรียบเทียบกับความพยายามที่จะนำหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไว้ภายใต้ผังโครงสร้างองค์กรเดิม ผู้บริหารจะประสบกับความยากลำบากในการเปลี่ยนทิศทางของธุรกิจภายใต้องค์กรเดิม เนื่องจากจะต้องพบกับแรงต้านจากวัฒนธรรมที่เคยชิน ความเชื่องช้าต่อการเปลี่ยนแปลง และต้องใช้ต้นทุนในการนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในราคาแพงทั้งยังเสี่ยงต่อความล้มเหลว และมีผลกระทบเชิงลบธุรกิจเดิม
  2. หน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์จะต้องถ่ายทอดคุณค่าไปสู่แก่นของธุรกิจเดิม โดยการใช้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร การแยกหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ออกเป็นอิสระนั้น จะช่วยให้ธุรกิจเดิมสามารถเรียนรู้การดำเนินธุรกิจในวิถีใหม่ โดยปราศจากผลกระทบกับการดำเนินกิจกรรมในองค์กรเดิมอย่างกะทันหัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานภายในบริษัทแม่เอง ในขณะที่หน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ใหม่นั้น ต้องสามารถกำหนดแผนที่ชัดเจนในการสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่องค์กรไปพร้อมกันด้วย ผลประโยชน์จากการสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่ชัดเจนอีกประการก็คือ ตัวเลขการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการประเมินมูลค่าทางบัญชีของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ที่ประสบผลสำเร็จ
  3. การประเมินคุณค่าของการสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์จะต้องเปรียบเทียบกับ
    ความต้องการของตลาดเป็นสำคัญ แม้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในรอยต่อแห่งการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) แต่ผู้บริหารองค์กรจะต้องสามารถ ยืนยันโอกาสทางธุรกิจของตนเองได้อย่างชัดเจนก่อนที่จะตัดสินใจตั้งหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดขึ้นตามกระแสแนวโน้มแต่เพียงฝ่ายเดียว ปัจจัยในการการประเมินคุณค่าในเบื้องต้นก็คือ การหาความสัมพันธ์ระหว่างความต้องการของตลาดทรัพยากรขององค์กร และความได้เปรียบขององค์กรในการใช้เทคโนโลยี นำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ตลาด หากองค์กรสามารถแก้สมการความสัมพันธ์นี้ได้ ในเชิงที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน โอกาสทางธุรกิจในการสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ก็มีความเป็นไปได้ แต่หากการสนองความต้องการของตลาดโดยการลงทุนในทรัพยากรและเทคโนโลยีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ตลาดกลายเป็นต้นทุนที่สูงกว่าคุณค่าที่ได้จากโอกาสทางธุรกิจนั้น การสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังไม่น่าสนใจ จนกว่าองค์กรจะสามารถหาความต้องการของตลาดใหม่ ๆ เพิ่มเติม
  4. การบริหารหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และหน่วยธุรกิจเดิมอย่างผสมผสาน จะต้องใช้หลักของการแบ่งแยกและเกื้อกูล เป็นปกติอยู่เองที่ความขัดแย้งในการบริหารระหว่างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ และหน่วยธุรกิจเดิมจะเกิดขึ้น เนื่องจากความไม่ลงรอยของวิถีในการดำเนินธุรกิจในช่วงรอยต่อดังกล่าว การกำหนดกฎ ระเบียบ และนโยบายในการบริหารที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นสำหรับหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยลดความ ขัดแย้งกับหน่วยธุรกิจเดิมลงได้ด้วยธรรมชาติของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการความรวดเร็วและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ แผนงานและกลยุทธ์ของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องมีความเป็นอิสระ และไม่อิงกับกฎเกณฑ์และขั้นตอนในหน่วยธุรกิจเดิม นโยบายในการบริหารระหว่างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์และหน่วยธุรกิจเดิมจึงควรแบ่งแยกอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันผู้บริหารในหน่วยธุรกิจเดิมจะต้องมีส่วนร่วมในทีมบริหารของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ในบทของผู้สังเกตการณ์ และหัวหน้าทีมของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ก็จะต้องมีบทบาทในคณะกรรมการบริหารของหน่วยธุรกิจเดิมเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ก็เพื่อการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอย่างเกื้อกูล
  5. ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องได้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถตรง โดยการเฟ้นหาบุคลากรทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร และเสนอแผนตอบแทนที่จูงใจ อาทิ การเสนอให้หุ้นหรืออ็อปชั่นแก่ผู้บริหารและพนักงานในหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างแท้จริงนั้นหาได้ยาก เพราะนอกจากต้องมีประสบการณ์และความช่ำชองในการใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจต่าง ๆ แล้ว ยังต้องมีกระบวนทัศน์ใหม่ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งผู้บริหารในเศรษฐกิจยุคเก่า โดยมากยังยึดติดอยู่กับทฤษฎีธุรกิจเดิมที่เชื่อว่าถูกต้องอยู่ และจำต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนระยะหนึ่ง
  6. โครงสร้างการลงทุนอาจจะต้องใช้การร่วมลงทุนในรูปแบบของมืออาชีพ การลงทุนในหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ขององค์กร ไม่จำเป็นต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณจากบริษัทแม่เสมอไป หน่วยธุรกิจเดิมจะต้องคิดเสมือนหนึ่งว่าตัวเองเป็นนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investor) รายหนึ่งที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนภายนอกรายอื่นเข้ามาร่วมลงทุนในหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ขององค์กรได้ และโดยส่วนใหญ่ระดับของความน่าสนใจจากนักลงทุนภายนอกจะเพิ่มมากขึ้นอัตโนมัติ หากเห็นว่าหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนคือผู้ประกอบการเดิมที่อยู่ในธุรกิจอยู่แล้ว เนื่องจากหน่วยธุรกิจเดิมสามารถถ่ายโอนความได้เปรียบทางธุรกิจ อย่างเช่น ฐานลูกค้า ความสัมพันธ์เดิมกับพันธมิตรธุรกิจ ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจที่ตัวเองถนัด มาสู่หน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ได้
  7. การแยกสถานที่ตั้งสำนักงานจะเป็นผลดีต่อหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์เอง เนื่องจากวัฒนธรรมและบรรยากาศของการทำงานในหน่วยธุรกิจเดิมจะไม่ถูกถ่ายทอดมาสู่หน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ เว้นแต่การสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ใหม่นั้นยังต้องอิงอยู่กับผลิตภัณฑ์หรือการใช้ทรัพยากรจากหน่วยธุรกิจเดิม ในกรณีนี้การใช้สถานที่ร่วมกันจะเป็นประโยชน์มากกว่าการแยกสถานที่ตั้งออกไปต่างหาก
  8. การสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องใช้ประโยชน์จากพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงและเพื่อเพิ่มความชำนาญ และทักษะในส่วนที่หน่วยธุรกิจเดิมขาดอยู่ ปัจจุบันการสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้คำนึงถึงการครอบครองส่วนความเป็นเจ้าของ (Ownership) แต่จะเกิดการสร้างพันธมิตร (Partnership) จากภายนอกที่สามารถเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจในสายงานที่ตนเองถนัดให้แก่หน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ การมีพันธมิตรทางธุรกิจเข้าร่วมบริหารหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ขององค์กรจะเพิ่มความซับซ้อนในการบริหารจัดการ ที่ต้องจัดเตรียมกฎเกณฑ์ และระเบียบวิธีการบริหารงานเพื่อให้เป็นที่ยอมรับระหว่างผู้เป็นเจ้าของด้วยกันทั้งหมด ซึ่งหากหน่วยธุรกิจเดิมไม่สามารถกำกับดูแลได้ ก็จะกลับกลายเป็นผลเสียต่อหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์นั้นเอง
  9. จุดเริ่มต้นและจุดมุ่งหมายของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายและขอบเขตอย่างชัดเจน ผู้บริหารหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์จะต้องตระหนักว่าการสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมานั้น เป็นไปด้วยจุดประสงค์อันใด และใช้ระยะเวลาที่ต้องบรรลุเป้าหมายในแต่ละช่วงอย่างไร ที่สำคัญทีมงานในหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีวินัยและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบในการปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ด้วยความเข้าใจในเป้าหมายที่ชัดเจนของการสร้างหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ผู้บริหารจะสามารถตัดสินอนาคตของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนการสร้างตัววัดผลของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ต้องคำนึงถึง
    แกนคุณค่าทางธุรกิจมากกว่าผลตอบแทนในระยะสั้น ผู้บริหารของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องไม่สร้างตัววัดผลไปตามกระแสหรือแนวโน้มในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น การสร้างมูลค่าหน่วยธุรกิจ โดยการทุ่มเงินด้านการตลาดเพื่อหวังผลทางด้านภาพลักษณ์ หรือการสร้างฐานสมาชิกโดยไม่คำนึงถึงการสร้างรายได้ให้กิจการเป็นหลัก หรือการนำหุ้นเสนอขายต่อสาธารณชนเพียงเพื่อหวังพรีเมี่ยม ทั้งที่ธุรกิจยังไม่ได้สร้างคุณค่าที่แท้จริงในตลาด เป็นต้น ตัววัดผลของหน่วยธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์จะต้องถูกสร้างให้สัมพันธ์กับแกนคุณค่าทางธุรกิจ แม้ว่าจะไม่ใช่การสร้างตัวเม็ดเงินในระยะสั้นก็ตาม