หัวอ่านเครื่องสแกนลายนิ้วมือ

ประเภทของหัวอ่านแต่ละชนิดนั้น มีคุณสมบัติแตกต่างกันไปจากการออกแบบวัสดุที่ใช้ในการผลิต หรือขั้นตอนในการผลิต ถ้าให้เปรียบเทียบแล้วว่าอย่างไหนดีกว่ากัน ต้องถามก่อนว่าต้องการนำไปใช้งานด้านไหน เพราะหัวอ่านแต่ละชนิดมีความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างด้วย
เพราะฉะนั้นต้องเลือกประเภทของหัวอ่านเครื่องสแกนลายนิ้วมือให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งานด้วยถึงจะสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพตรงกับงานที่สุดซึ่งบางย่างราคาอาจจะต่างกันมาแต่การในไปใช้งานสามารถนำไปใช้งานแทนกันได้คุณภาพที่ยอมรับได้

1. Lumidigm Fingerprint Sensor
หัวอ่านแบบ Lumiddigm นี้การทำงานคล้ายๆ กับหัวอ่านพี่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ความพิเศษของหัวอ่านชนิดนี้ก็คือ การอ่านลายนิ้วมือที่มีการอ่านได้ลึกกว่าหัวอ่านทั่วๆ ไป โดยหัวอ่านทั่วๆ ไปนั้นสามารถอ่านลายนิ้วมือได้แค่ที่ผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงไปของผิวหนังชั้นนอกก็จะส่งต่อการอ่านลายนิ้วมือโดยทันที แต่หัวอ่านแบบ Lumidigm นั้นจะอ่านลายนิ้วมือที่ต้นกำเนิดของลายนิ้วมือซึ่งจะอยู่ใต้ชั้นผิวหนังอีกทีจึงทำให้อ่านลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำมาก และไม่ต้องกังวลเรื่องลายนิ้วมือที่เป็นผิวหนังชั้นนอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างใด และการอ่านจะใช้เวลาในการอ่านประมาณ 3 วินาที ทุกลายนิ้วมือ และยังมีราคาแพงทำให้ยังไม่เป็นที่นิยมในการใช้งาน

2. SecuGen fingerprint Sensor
เทคโนโลยีการอ่านลายนิ้วมือ SecuGen เป็นเทคโนโลยี SEIR ™ (Surface Enhanced Image Reflection) จดสิทธิบัตรโดย SecuGen เทคโนโลยีสะท้อนแสง และเปรียบเทียบภาพลายนิ้วมือที่มีความคมชัดสูง และมีการบิดเบือนต่ำความคมชัดของภาพภายใต้เงื่อนไขการสะท้อนแสง เมื่อแสงกระทบกับลายนิ้วมือก็จะปรากฏส่วนที่เป็นร่องลึกจะเป็นภาพความสว่าง และส่วนที่พื้นผิวจะเป็นภาพสีดำ เกิดเป็นภาพสีขาว และสีดำไปตกบนตัวรับภาพ ส่วนมากจะพบหัวอ่าน SecuGen นี้ได้ในเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่ผลิตจากโซนยุโรปโดยตัวเครื่องที่ให้หัวอ่านของ SecuGen นี้จะมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่ผลิตในแถบเอเชีย            
อาศัยความคมชัดของภาพเป็นจุดเด่น ความคมชัดภาพดิบสูง (ยังไม่ประมวลผล) รูปภาพสันลายนิ้วมือจะปรากฏเป็นสีดำสนิทในขณะที่ ร่องลายนิ้วมือปรากฏเป็นขาวสนิท ด้วยวิธีการนี้ในการประมวลผลภาพดิบก็จะไม่มี ความคลุมเครือระหว่างพื้นที่สีดำ และสีขาวของภาพ และก็ไม่มีการเสียเวลาหรือลดประสิทธิภาพในการค้นหา และจับคู่ลายนิ้วมือหากพื้นที่บางส่วนของภาพดิบถูกสีเทา (ความคมชัดต่ำ) การประมวลผลเพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่สีเทาอยู่ในพื้นที่สีดำ หรือสีขาวนี้ไม่เพียงแต่จะลดประสิทธิภาพของระบบ biometric แต่จะส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ปัญหาแบบ FTIR ในความเป็นจริงภาพสันลายนิ้วมือจะไม่สีดำสนิทแต่มักจะเป็นสีเทา แม้แสงที่ยอดสันได้รับการดูดซึม บางส่วนที่เหลือจะกระจายแสงจากแนวพื้น แสงที่กระจายจะถูกเก็บรวบรวมโดยเซ็นเซอร์ภาพ ซึ่งจะเป็นสีดำ หรือ เป็นสีเทา ดังนั้นภาพลายนิ้วมือที่สร้างโดยวิธีการตาม FTIR และดูดซึมมักจะประสบปัญหาประสิทธิภาพ และ ความถูกต้องเกิดขึ้นจากภาพความคมชัดต่ำ
จุดเด่นของ SecuGen
– หัวอ่านเป็นปรึซึมมีความคงทนสูง ทนต่อการขีดข่วน ทนต่อการกัดกร่อนของเหงื่อ
– ภาพคุณภาพสูงหมายถึงความแม่นยำมาก
– Sensors SecuGen จะสนับสนุนหลากหลายแพลตฟอร์มและรองรับ biometric มาตรฐาน – เทคโนโลยี SecuGen ยังได้รับมาตรฐานจาก American National Standards Institute (ANSI)

3. Capacitive Fingerprint Sensor            
เป็นหัวอ่านที่อ่านโดยการใช้คลื่นแม่เหล็กในการตรวจสอบการสัมผัสนิ้วมือกับหัวอ่าน ไม่มีปัญหาเรื่องแสงแดด เพราะไม่ได้อ่านโดยแสง มีการป้องกันฝุ่นละออง และโดนน้ำก็ไม่เป็นไรสามารถเช็ดและทำการอ่านได้ทันที มีความเร็วในการอ่านสูง เหมาะกับสถานที่ติดตั้งกลางแจ้งที่มีแสงแดดส่องถึงและกันลายนิ้วมือปลอมได้เพราะว่าลายนิ้วมือปลอมไม่สามารถปล่อยคลื่นแม่เหล็กออกมาได้

4. Optical Fingerprint Sensor
จากที่กล่าวมาเบื้องต้นนั้นหัวอ่านชนิด Optical Fingerprint Sensor เป็นที่นิยมสูงสุดเพราะราคาไม่สูง และมีประสิทธิภาพดีและ การอ่านรวดเร็ว สามารถรองรับใช้งานกับจำนวนผู้ใช้จำนวนมาก ในปัจจุบันหัวอ่าน Optical Fingerprint sensor มีที่ใช้ในการอ่านหลายแบบกันไป เมื่อก่อนจะมีแผ่น polymer เคลือบอยู่ด้านบนเพื่อใช้ในการช่วยขยายลายนิ้วมือให้ชัดเจนขึ้นแต่มีความเสียหายได้ง่าย เพราะเป็นเหมือนแผ่นยางง่ายต่อการเกิดรอยขีดข่วนจึงได้มีการพัฒนามาจนถึงปัจจุบันไม่มีการเคลือบ Polymer แล้วแต่การสแกนลายนิ้วมือยังคงมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ในความเป็นจริงแล้วหัวอ่านที่เป็นแบบกระจกนั้นก็คือ ปริซึม โดยปัจจุบันไฟ LED ทีเป็นต้นกำเนิดแสงนั้นมีให้พบเห็นอยู่ด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีสุดท้ายสีน้ำเงิน

5. U.are.U
เป็นหัวอ่านที่ใช้แสง Optical ในการอ่านเช่นเดียวกัน แต่มีความละเอียดในการอ่านมากกว่า หัวอ่านชนิดอื่นๆ มีกระบวนการตรวจสอบลายนิ้วมือเพิ่มเติมมากว่าแบบ Optical จึงมีข้อผิดพลาดน้อยกว่า และอ่านลายนิ้วมือของบุคคลที่มีลายนิ้วมือที่ยากได้ดีส่วนใหญ่พบเห็นหัวอ่านชนิดนี้ตามร้านเช่าสินค้าต่างๆ หรือตามหน่วยงานราชการเพราะ หัวอ่านชนิดนี้ต้องใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์และต้องเขียนโปรแกรมขึ้นมาเพื่อนำหัวอ่านชนิดนี้ไปใช้งาน

6. Swipe Fingerprint Sensor
เป็นหัวอ่านที่ใช้การอ่านแบบคลื่นแม่เหล็ก ลักษณะการวางนิ้วต้องรูดนิ้วที่หัวอ่าน เพื่อทำการอ่านนิ้วมือ และต้องระมัดระวังในการอ่านด้วย เพราะต้องทำในตำแหน่งเดิมเพื่อให้สามารถอ่านได้และการรูดจะต้องไม่เร็วจนเกินไปไม่อย่างนั้นตัวหัวอ่านอาจอ่านลายนิ้วมือได้ไม่ครบ หรืออาจจะอ่านลายนิ้วมือไม่ได้ และ หัวอ่านชนิดนี้ไม่เหมาะนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่มีผู้ใช้เยอะๆ เราจึงพบเห็นหัวอ่านชนิดนี้มากับอุปกรณ์ มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์แบบพกพาที่ผู้ใช้ไม่เกิน 5- 10 คนในการใช้งานสูงสุด

ข้อเสีย การอ่านจากหัวอ่านเป็นแบบสัมผัสโดยตรง เพราะฉะนั้นต้องทำความสะอาดนิ้วมือไม่ให้มีคราบน้ำมันหรือสารเคมี ให้ดีก่อนอ่านเพราะจะทำให้การอ่านยากขึ้น ใช้งานได้จำนวนผู้ใช้น้อย

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ :: https://xn—-twfbjcp2ivaa4fjihx6a5bxcj4ghb0b0dm1dxj7a6qob.com/