ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทไอบีเอ็มได้นำไมโครคอมพิวเตอร์ออกจำหน่ายไมโครคอมพิวเตอร์ขณะนั้นใช้ซีพียู 8088 เพียงไม่กี่ปีต่อมาก็ได้พัฒนาไมโครคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียู 80286

หากย้อนกลับไปในอดีตพบว่า ไมโครคอมพิวเตอร์เปลี่ยนรุ่นใหม่ทุกๆ สามปี ซึ่งปัจจุบันซีพียูที่ใช้เป็นรุ่นเพนเตียมทู ซึ่งเป็นบริษัทของอินเทลที่พัฒนาขึ้น ขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์รุ่นนี้มีความเร็วในการคำนวณมากกว่าเดิม มีผลทำให้พัฒนาการทางซอฟต์แวก้าวหน้าไปจากเดิมมาก

ขณะเดียวกันความจุของหน่วยความจำหลักที่ใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์ก็เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ในปี พ.ศ. 2524 บริษัทไอบีเอ็มเสนอไมโครคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมีหน่วยความจำเพียง 64 กิโลไบต์ แต่ปัจจุบันแนวโน้มของการใช้หน่วยความจำในไมโครคอมพิวเตอร์สูงกว่า 64 เมกะไบต์

รับทำเว็บไซต์

ความจุของฮาร์ดิสก็เช่นเดียวกัน ฮาร์ดดิสรุ่นแรกที่ใช้กับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์มีความจุเพียง 10 เมกะไบต์ ปัจจุบันเครื่องเพนเตียมที่มีขายกันอยู่ทั่วไปมีฮาร์ดดิสมากกว่า 1 จิกะไบต์ นั่นหมายความว่า ความจุของฮาร์ดดิสได้เพิมขึ้นกว่า 100 เท่า ในขณะเดียวกันราคาของฮาร์ดดิส 1 จิกะไบต์ ก็ถูกกว่าราคาของฮาร์ดิส 10 เมกะไบต์ ในเวลานั้นมาก

จากแนวโน้มทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่กล่าวมานี้ พอจะเห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในเชิงประสิทธิภาพ และปริมาณความจุอย่างต่อเนื่องทุกปี ขีดความสามารถเหล่านี้ทำให้การทำงานของคอมพิวเตอร์ตอบสนองความต้องผู้ใช้ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มีขีดความสามารถประมวลผลรูปภาพได้ดี มีการใช้งานกับอุปกรณ์สื่อประสมที่ต้องการทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง และวีดิทัศน์มากขึ้น

หากพิจารณาแนวโน้มของขีดความสามารถในเรื่องความเร็วของการสื่อสารข้อมูล พบว่าความเร็วของการสื่อสารข้อมูลก็เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นกัน การสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบอินเทอร์เน็ตเริ่มมีใช้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2526 ส่วนโทเก็นริงซึ่งเป็นอุปกรณ์ทางด้านการสื่อสาร ก็ได้พัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. 2527 จึงทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เริ่มแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากปี พ.ศ. 2530 ความเร็วที่ใช้ในเครือข่ายก็เพิ่มจาก 4 ล้านบิตต่อวินาทีมาเป็น 10 ล้านบิตต่อวินาทีและเพิ่มเป็น 100 ล้านบิตต่อวินาที ขณะนี้ความเร็วของการสื่อสารในเครือข่ายแลนที่ใช้เอทีเอ็มสวิตซ์มีความเร็วถึง 155 ล้านบิตต่อวินาที และกำลังจะเพิ่มเป็น 622 ล้านบิตต่อวินาทีเรามีตัวกลางที่ใช้ในการนำสัญญาณที่เป็นเส้นใยนำแสง ทำให้การสื่อสารมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเร็วได้อีกมากในอนาคต