“ร้านสะดวกซื้อ” ของไทย กำลังจะโต แตะ 6.38 แสนล้าน 7-Eleven เบอร์ 1 ครองสัดส่วนกว่า 70%

มูลค่าตลาด “ร้านสะดวกซื้อ” ของไทย กำลังจะโต แตะ 6.38 แสนล้าน เจาะส่วนแบ่ง 7-Eleven เบอร์ 1 ครองกว่า 70% ตามมาด้วย โลตัส ขณะ CJ MORE เข็น “ราคาถูกกว่า” เจาะลูกค้าเพิ่ม

แม้จะเป็นธุรกิจ ที่ต้องเผชิญกับ ภาวะกดดันทางเศรษฐกิจ และจากการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ด้วยกลไกที่ทำได้ยาก เนื่องจาก ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังมีสินค้าที่คาดว่าจะขอปรับราคาขึ้นอีก ตามต้นทุนค่าแรงงาน ค่าขนส่ง และค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะการแข่งขันที่รุนแรง และตลาดซึ่งถูกครองโดยไม่กี่เจ้าใหญ่ ทำให้แทบไม่มี หน้าใหม่ ผงาดขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะทิศทางธุรกิจ และมูลค่าตลาด “ร้านสะดวกซื้อ” ของไทย พบยังคงมีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ และภายใน 1 ปีข้างหน้า มูลค่าของตลาดกำลังจะแตะ 6.38 แสนล้านบาท

เจาะข้อมูลวิเคราะห์ จากวิจัยธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ โดยเผยว่า ปัจจุบัน ธุรกิจร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

  • ร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมัน (16%)
  • ร้านสะดวกซื้อนอกสถานีบริการน้ำมัน (84%)
  • ขณะช่วงปี 2566 ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดร้านสะดวกซื้อของไทย เติบโตมาอยู่ที่ 5.73 แสนล้านบาท ขยายตัว 8.1% มากกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตของช่วงปี 2561-2566 ที่พบว่า ขยายตัวอยู่ราว 4.1% ต่อปี

    ส่องมูลค่าตลาดร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย

    • ปี 2561 มูลค่า 467,677 ล้านบาท
    • ปี 2562 มูลค่า 484,452 ล้านบาท
    • ปี 2563 มูลค่า 440,317 ล้านบาท
    • ปี 2564 มูลค่า 440,848 ล้านบาท
    • ปี 2565 มูลค่า 529,913 ล้านบาท
    • ปี 2566 มูลค่า 573,086 ล้านบาท

    สำหรับ ปัจจัยหนุนหลักที่ส่งผลให้ตลาดเติบโตต่อเนื่อง มาทั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ รวมทั้งความถี่ของกลุ่มผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพนักงานออฟฟิศ รวมไปถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากไทยเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

    ร้านสะดวกซื้อแข่งเดือด 7-Eleven ยังเบอร์ 1

    เจาะในแง่การแข่งขันของตลาด บนความท้าทาย รูปแบบการซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สั่งซื้อทางออนไลน์มากขึ้น และขนาดของครัวเรือนไทยเล็กลง ใช้จ่ายต่อครั้งน้อยลง ก็พบว่า ธุรกิจร้านสะดวกซื้อของไทย ยังคงทวีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

    โดยเฉพาะในกลุ่มร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ซึ่ง 7-Eleven ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่ครองตลาด ด้วยกลยุทธ์การขยายสาขาและการพัฒนาสินค้า ทั้งอาหารพร้อมทาน และเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง แต่รายอื่นๆ ก็มีการปรับกลยุทธ์ และหันมาช่วงชิงโอกาส จากการส่งร้านสะดวกซื้อขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สามารถจัดวางสินค้าได้หลากหลายกว่า มีที่จอดรถ และขยายสาขา เข้าใกล้ชุมชน และหมู่บ้านได้เช่นเดียวกับ ร้านขนาดเล็กที่ 7-Eleven ครองอยู่

    ส่วนแบ่งการตลาดร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย (ทุกขนาด)

    • 7-Eleven (70.8%)
    • Lotus’s (10.6%)
    • Big C Mini (4.5%)
    • CJ MORE (4.2%)
    • อื่นๆ รวมกัน (9.9%)

    คาดการณ์ว่า ในระยะ 1 ปีข้างหน้า ธุรกิจร้านสะดวกซื้อในไทย ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยประมาณการว่าในปี 2567 มูลค่าตลาดของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะขยายตัวราว 5.7% มาอยู่ที่ 6.05 แสนล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 โดยคาดว่าจะขยายตัว 5.3% มาอยู่ที่ 6.38 แสนล้านบาท

    อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดร้านสะดวกซื้อแต่ละพื้นที่ อาจมีความแตกต่างกันชัดเจน โดยร้านในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เติบโตได้โดดเด่น ขณะที่จังหวัดอื่นๆ ยังอยู่ในระดับทรงตัว สาเหตุหลักยังมาจาก กลุ่มผู้บริโภค ที่มีฐานะระดับปานกลางถึงล่าง มีกำลังซื้ออ่อนแอ หนี้ครัวเรือนสูง ยังต้องพึ่งพามาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ อีกทั้งยังมีร้านค้าปลีกท้องถิ่น เป็นคู่แข่งสำคัญ

    อีกทั้ง จากสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรงและการผูกขาดโดยผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่รายในตลาด ส่งผลให้โอกาสในการเข้าสู่ตลาดของผู้เล่นรายใหม่มีความเป็นไปได้ต่ำในอนาคตอันใกล้ กลยุทธ์การขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหลักในการสร้างกำไร กำลังเผชิญกับความท้าทายในการรักษาระดับผลประกอบการให้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

    ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้ร้านสะดวกซื้อต้องปรับตัวด้วยการเพิ่มความหลากหลายของสินค้า โดยเฉพาะในหมวดอาหารสด ผักผลไม้ อาหารพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่ม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความสะดวก ในการซื้อสินค้าใกล้บ้าน

    “เห็นภาพกลยุทธ์สำคัญในการแข่งขันมากขึ้น เช่น 7-Eleven มุ่งเน้นการเป็น ‘ร้านอิ่มสะดวก’ ที่ครบวงจร ในขณะที่ CJ Supermarket เน้นการนำเสนอสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ซึ่งการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจนนี้ช่วยให้ แต่ละแบรนด์สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกัน อันเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาการเติบโตและส่วนแบ่งทางการตลาดในระยะยาว”

Related Posts

Social Media Marketing คืออะไรSocial Media Marketing คืออะไร
Social Media Marketing คืออะไร
Social...
Read more
ทำ Off Pag seo เพื่อการทำการตลาดออนไลน์ทำ Off Pag seo เพื่อการทำการตลาดออนไลน์
ทำ Off Pag seo เพื่อการทำการตลาดออนไลน์
ในการทำการตลาดออนไลน์นั้น การทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักซึ่งโดยการทำให้เว็บไซต์ของคุณนั้นติดอันดับแรกๆ ของ Search engine เช่น Google bing yahoo เป็นต้น การทำ seo  นั้นเป็นการทำการตลาดอย่างหนึ่งเพราะเมื่อเว็บไซต์ของคุณนั้นติดอันดับแรกๆ ก็จะทำให้ผู้ค้าเข้ามาเว็บไซต์ของคุณมากยิ่งขึ้นยอดขายก็จะเพิ่มตามมาด้วย...
Read more
ธุรกิจดูดวงทำรายได้แค่ไหน หมอดู เสียภาษียังไง ?
ธุรกิจดูดวงทั่วโลกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่า 22,800 ล้านดอลลาร์ ในปี 2031 เป็นผลจากเทคโนโลยีเติบโตทำให้คนเข้าถึงการดูดวงง่ายขึ้น ขณะที่ผู้คนต้องการที่พึ่งทางใจมากขึ้น คนไทยเชื่อเรื่องการพยากรณ์ โดยเข้าถึงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์เป็นหลัก...
Read more
error: Content is protected !!